หน้าแรก บทความแนะนำ ความลับของ “โกโก้”

ความลับของ “โกโก้”

by suksan

ลักษณะของต้น โกโก้

โกโก้

โกโก้เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มขนาดใหญ่ อายุยืนนับร้อยปี  แม้จะไม่ใช่ไม้พื้นถิ่นของบ้านเรา แต่ก็สามารถเจริญเติบโต และให้ผลผลิตดีในเขตภาคใต้ของประเทศไทย  โดยส่วนใหญ่นิยมปลูกแซมในสวนมะพร้าว โดยโกโก้เป็นพืชที่ให้ผลผลิตตลอดปีแบบไม่มีฤดูกาล

“ดอกโกโก้” มีสีชมพูอ่อน รูปร่างคล้ายดอกกล้วยไม้ โดยดอกจะออกจากลำต้น เมื่อกลีบดอกร่วงก็จะกลายเป็นผลอ่อนที่มีสีเขียว ผลแก่ขึ้นจะมีสีเหลืองอมส้ม กระทั่งเมื่อแก่จัดจะเป็นสีเหลืองอมแดง แต่ปกติโกโก้ที่เก็บมาใช้จะเป็นช่วงที่ผลเป็นสีเหลือง

ภายใน “ผลโกโก้” จะมี“เมล็ดโกโก้(Cacao seed/Beans)”อยู่ข้างใน  เมล็ดโกโก้เหล่านี้คือส่วนที่นำมาแปรรูปสำหรับทำโกโก้และช็อกโกแลต โดยขั้นตอนการผลิตจะเริ่มจากการเอาเมล็ดไปหมัก ก่อนนำมาตากแห้งแล้วคั่ว ก่อนที่จะบด ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์

ส่วนไหนที่เรียกว่า ช็อกโกแลต…..

โกโก้

ช็อกโกแลต คือส่วนผสมระหว่างเมล็ดของฝักโกโก้และเนยโกโก้ผสมกับน้ำตาล

ช็อกโกแลตซึ่งผลิตมาจากโกโก้นั้น อุดมไปด้วย “สารโพลีฟีนอล (Polyphenol)”ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยกวาดล้างของเสียที่ผลิตจากร่างกาย โดยของเสียเหล่านั้น มีส่วนทำลายเซลล์และก่อให้เกิดมะเร็งในร่างกายได้

โกโก้ มีสารอาหารที่น่าสนใจหลายชนิด เช่น ใยอาหารและแร่ธาตุโดยแร่ธาตุที่สำคัญและมีในปริมาณมาก ได้แก่

แมกนีเซียม (Magnesium) แม้จะเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการไม่มาก แต่ก็มีความจำเป็น เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของปฏิกิริยาเคมีของเอ็นไซม์กว่า 300 ชนิด ซึ่งสำคัญต่อการเจริญเติบโตการบำรุงรักษากระดูกและฟันให้แข็งแรง มีบทบาทในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ซึ่งจำเป็นต้องใช้แมกนีเซียม เพื่อช่วยในการคลายตัว

ฟอสฟอรัส (Phosphorus) เมื่อรวมตัวกับ แคลเซียม(Calcium)  ก็จะมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างกระดูกและฟัน แมงกานีส (Manganese) มีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพของเส้นประสาท หล่อลื่นข้อต่อระหว่างกระดูก และเสริมให้เกิดโครงสร้างกระดูกที่ดี

เครื่องดื่มที่ได้จาก โกโก้ ดีอย่างไร?

โกโก้

โกโก้เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับเด็กที่กำลังเจริญเติบโตมาก โดยเฉพาะการผสมนมสดเพื่อเพิ่มแคลเซียมลงไปด้วย  ขณะเดียวกันก็เหมาะสำหรับผู้สูงวัย ที่ต้องการชะลอความเสื่อมของกระดูกเช่นกัน 

นอกจากแร่ธาตุสำคัญที่พูดถึงไปแล้ว “ทีโอโบรมีน (Theobromine)”ซึ่งเป็นสารที่ทำให้โกโก้มีรสขม ยังเป็นสาระสำคัญอีกประการหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะทีโอโบรมีนมีฤทธิ์กระตุ้นอารมณ์ให้ผ่อนคลาย และในโกโก้มีสารชนิดนี้ค่อนข้างมาก

การดื่มโกโก้จึงมีส่วนช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้ ขณะที่มีรายงานว่าสารทีโอโบรมีนช่วยขยายหลอดเลือด และช่วยลดอาการไอเรื้อรังได้ด้วย สามารถดื่มได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น และนำมาทำขนมก็ได้รับความนิยมไม่น้อย ทั้งในรูปของเค้ก คุกกี้ บราวนี่ ช็อกโกแลต และฟองดูบทความจาก ล็อตโต้สด

Leave a Comment